ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
📝 บทความAI Tools

5 Prompt AI Framework ที่มือโปรใช้จริง — เพิ่มคุณภาพ Output 10 เท่า

7 นาทีอ่าน

ทำไมต้องมี Framework ในการเขียน Prompt

คนส่วนใหญ่ใช้ AI แบบ "คิดอะไรได้ก็พิมพ์ไป" ผลลัพธ์ก็ได้แบบสุ่ม บางทีดี บางทีแย่ Framework ช่วยให้คุณเขียน Prompt อย่างมีระบบ ได้ผลลัพธ์ที่ดีและสม่ำเสมอ

ในบทความนี้ผมรวบรวม 5 Framework ที่นักการตลาดมืออาชีพใช้จริง แต่ละตัวเหมาะกับงานต่างกัน เลือกใช้ให้ถูกงาน แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างทันที

5 AI Framework สำหรับนักการตลาดมือโปร — Infographic

1. AIDA Framework — สำหรับเขียน Ad Copy และ Landing Page

AIDA ย่อมาจาก Attention, Interest, Desire, Action เป็น Framework คลาสสิกจากโลกโฆษณา ที่นำมาใช้กับ AI ได้ดีมาก

วิธีใช้: บอก AI ว่า "เขียน [ประเภทคอนเทนต์] สำหรับ [สินค้า] ตาม AIDA Framework: เริ่มด้วย Attention ที่หยุดสายตา, สร้าง Interest ด้วยข้อมูล, กระตุ้น Desire ด้วย Benefit, จบด้วย Action ที่ชัดเจน"

เหมาะกับ: Facebook Ad, Landing Page, Email Marketing, Sales Page อ่านตัวอย่าง Prompt โฆษณาเพิ่มเติมที่ 10 Prompt AI สำหรับเขียนโฆษณา

2. PAS Framework — สำหรับ Content ที่แก้ปัญหา

PAS ย่อมาจาก Problem, Agitation, Solution เป็น Framework ที่ทรงพลังสำหรับคอนเทนต์ที่ต้องการชี้ให้เห็นปัญหาแล้วนำเสนอทางออก

วิธีใช้: "เขียน [ประเภทคอนเทนต์] ตาม PAS Framework: เริ่มด้วย Problem ที่กลุ่มเป้าหมาย [กลุ่ม] เจอ, Agitate ให้เห็นว่าถ้าไม่แก้จะเป็นอย่างไร, จบด้วย Solution คือ [สินค้า/บริการ]"

เหมาะกับ: Blog Post, Video Script, Social Media Caption, Newsletter

3. RTF Framework — สำหรับงานที่ต้องการ Output ละเอียด

RTF ย่อมาจาก Role, Task, Format เป็น Framework พื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่ AI ต้องการ

วิธีใช้: "Role: คุณเป็น [บทบาท] ที่มีประสบการณ์ [จำนวนปี] Task: [สิ่งที่ต้องทำ] สำหรับ [กลุ่มเป้าหมาย] Format: [รูปแบบ Output เช่น Bullet Points, ตาราง, ย่อหน้า]"

เหมาะกับ: ทุกประเภทงาน — เป็น Framework หลักที่ควรใช้เป็นพื้นฐาน

4. STAR Framework — สำหรับเขียน Case Study และ Storytelling

STAR ย่อมาจาก Situation, Task, Action, Result เหมาะสำหรับเล่าเรื่อง Case Study หรือ Success Story

วิธีใช้: "เขียน Case Study ตาม STAR Framework: Situation = สถานการณ์ก่อนใช้ [สินค้า], Task = ความท้าทายที่ต้องแก้, Action = สิ่งที่ทำ (ใช้สินค้าอย่างไร), Result = ผลลัพธ์เป็นตัวเลข"

เหมาะกับ: Case Study, Testimonial, Portfolio, Proposal

5. CO-STAR Framework — Framework ขั้นสูงสำหรับมือโปร

CO-STAR ย่อมาจาก Context, Objective, Style, Tone, Audience, Response Format เป็น Framework ที่ละเอียดที่สุด ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด

วิธีใช้: "Context: [ข้อมูลพื้นหลัง] Objective: [เป้าหมายที่ต้องการ] Style: [สไตล์การเขียน] Tone: [โทนเสียง] Audience: [กลุ่มเป้าหมาย] Response Format: [รูปแบบ Output]"

เหมาะกับ: งานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น เขียน Proposal, สร้าง Strategy Document, เขียน Technical Content

เลือก Framework ไหนดี?

เริ่มต้น: ใช้ RTF เป็น Framework หลัก เพราะง่ายและใช้ได้กับทุกงาน

เขียนโฆษณา/ขายของ: ใช้ AIDA หรือ PAS ตามลักษณะสินค้า

งานละเอียด: ใช้ CO-STAR เพื่อควบคุม Output ให้ตรงที่สุด

ลองนำ Framework เหล่านี้ไปใช้กับ 10 เทคนิค AI ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ จะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

สรุป

Framework ที่ดีช่วยให้คุณใช้ AI ได้อย่างมีระบบ ไม่ต้องลองผิดลองถูก ไม่ว่าจะเป็น AIDA, PAS, RTF, STAR หรือ CO-STAR แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน เลือกใช้ให้ถูกงาน แล้วคุณจะเห็นว่า AI ให้ Output ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อยากเรียนรู้การใช้ AI + Prompt Engineering แบบมืออาชีพ? ดูรายละเอียด คลังแสง AI — ระบบที่สอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง

สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม?

สมัครคลังแสง AI →

คลังแสง AI

5,990 ฿/ปี

สมัครเลย →