ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
← กลับคลังความรู้ AI
📝 บทความคู่มือ AI

Jev AI คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง? AI ที่ไม่เขียนข้อความ จากอดีตนักวิจัย OpenAI

เขียนโดย 8 นาทีอ่านอัปเดตเนื้อหา
ในบทความนี้

"อย่าเอา AI ไปตัดสินใจอะไรที่มีเดิมพันกับธุรกิจคุณ" — ประโยคนี้ไม่ใช่ของคนกลัว AI นะครับ แต่เป็นของคนที่มีชื่ออยู่บนงานวิจัยที่ทำให้ ChatGPT เกิดขึ้นมา

เขายืนบนเวทีงานวิศวกร AI แล้วชี้ให้ดูเรื่องประหลาดอย่างหนึ่ง: ทุกวันนี้ AI แก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ยังไม่มีใครแก้ได้มาแล้ว แต่งานอย่างตอบแชทลูกค้ากลับยังต้องมีคนนั่งเฝ้าตัดสินใจ แล้วเขาก็ออกมาทำของใหม่แทน

สรุปสั้นที่สุด: Jev คือโมเดล AI จากบริษัท TypeSafe AI ที่ ไม่เขียนข้อความเลยสักคำ แต่ตอบเป็น "การตัดสินใจ" ที่มีค่าความมั่นใจกำกับ ให้ซอฟต์แวร์เอาไปใช้ต่อ — เหมาะกับงานคัดแยกซ้ำ ๆ วันละเป็นร้อยเป็นพันชิ้น ไม่ใช่งานเขียนหรือตอบแชท

ผมไม่ใช่นักพัฒนา ผมทำการตลาดมา บทความนี้เลยเล่าให้คนไม่เขียนโค้ดเข้าใจ 3 เรื่อง: มันคืออะไร · มันทำอะไรได้จริงตามคู่มือทางการ · และธุรกิจไทยเอาไปใช้ตรงไหน พร้อมเงื่อนไขที่คนไทยต้องรู้

หน้าและเสียงในคลิปต้นทางเป็น AI avatar ของผม แต่ทุกคำตัวจริงเป็นคนค้น คนเขียน และคนตรวจครับ

แหล่งคลิป: Jev AI คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง สรุปให้คนไทยฟัง

ใครสร้าง Jev แล้วทำไมถึงมาทำของที่ตรงข้ามกับ ChatGPT?

คนทำคือ Diogo Almeida อดีตนักวิจัย OpenAI ครับ ชื่อเขาอยู่บนงาน GPT-4 งาน ChatGPT และงานที่ชื่อว่า RLHF — เขาออกมาเพราะมองว่าวิธีฝึก AI แบบเดิมทำให้มันไม่เหมาะกับงานอัตโนมัติ

ใน ทอล์กบนเวที AI Engineer เขาพูดว่าเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ OpenAI ที่ออกมาติ ChatGPT — แต่รีบแก้ทันทีว่าไม่ได้เกลียดตัวผลิตภัณฑ์ ที่เขาติคือ วิธีฝึก

RLHF (การฝึก AI ด้วยความเห็นของคน) คืออะไร? ลองนึกภาพว่าคุณจ้างติวเตอร์มาคนหนึ่ง แล้ววัดผลเขาด้วยคำถามเดียวว่า "นักเรียนชอบไหม" ไม่ได้วัดว่านักเรียนสอบผ่านไหม สักพักคุณจะได้ติวเตอร์ที่เก่งอยู่เรื่องเดียว คือเก่งเรื่องทำให้คนพอใจ

AI ที่เราใช้กันทุกวันถูกฝึกแบบนั้นครับ — เอาคำตอบไปให้คนเลือกว่าชอบอันไหน แล้วปรับให้ได้คะแนนความชอบสูงสุด เขาบอกว่าพอเป้าหมายเป็นแบบนี้ การพูดเกินจริงไม่ใช่บั๊ก มันคือฟีเจอร์ ถ้ามันไม่รู้ มันจะไม่บอกว่าไม่รู้ มันจะเดาคำตอบที่ฟังดูดีที่สุดมาให้ ทุกบริษัทเลยลงเอยด้วยกฎเดียวกัน: ให้ AI คุยกับลูกค้าได้ แต่ห้ามตัดสินอะไรที่มีเดิมพัน

Diogo เลยแยกงานเป็น 2 กอง:

  • กองงานผู้ช่วย — เป้าหมายคือทำให้คนตรงหน้าพอใจ เขียนอีเมล ช่วยคิดงาน ช่วยเขียนโค้ด กองนี้ AI เก่งจนน่าตกใจ
  • กองงานอัตโนมัติ — งานที่ควรวิ่งเงียบ ๆ อยู่หลังร้านโดยไม่มีใครต้องเปิดดู กองนี้แหละที่ยังไม่ขยับ

เขาบอกว่าไม่ใช่เพราะ AI โง่ แต่เพราะเราเอาของที่ถูกฝึกมาให้ถูกใจคน ไปทำงานที่ไม่ต้องการคน

Jev คืออะไร?

Jev คือโมเดลตัวแรกของ TypeSafe AI ที่ตอบเป็นการตัดสินใจแบบเร็ว ๆ ไม่ใช่ข้อความครับ

Diogo ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ TypeSafe AI ซุ่มทำ 2 ปี จนคลอด Jev ออกมา เปิดตัว 15 กันยายน 2026 พร้อมเงินลงทุนที่บริษัทแถลงว่า 40 ล้านดอลลาร์

เขาเรียกโมเดลแบบนี้ว่า System One คือความคิดแบบเร็วและสัญชาตญาณ — แบบที่เห็นไฟแดงแล้วเท้าเหยียบเบรกไปแล้ว โดยไม่ต้องคิดเป็นเรียงความ

และนี่คือจุดที่แปลกที่สุด: Jev ตอบคำถามคุณเป็นข้อความไม่ได้สักคำ ไม่ใช่เขียนไม่เก่งนะครับ คือเขียนไม่ได้เลย คู่มือของบริษัทเขียนข้อสุดท้ายไว้สั้นมากว่า ถ้าต้องการให้เขียนข้อความ ให้ไปใช้ AI ที่เขียนข้อความ

Jev ทำอะไรได้จริง?

มันตอบได้แค่ 3 แบบ — เลือก · ให้คะแนน · บอกว่าจริงแค่ไหน — และแถมค่าความมั่นใจมาด้วยครับ

ลองนึกถึงข้อสอบ 3 แบบ (ใน คู่มือทางการ เรียกว่า Choice · Score · Noul):

  1. ปรนัย (Choice) — เราเขียนตัวเลือกให้ มันเลือกมาข้อเดียว
  2. ให้ดาว (Score) — เรานิยามระดับเอง มันให้คะแนนตามนั้น
  3. ติ๊กถูกติ๊กผิด (Noul) — เราเขียนประโยคไป มันบอกว่าจริงแค่ไหน

แค่นั้นจริง ๆ ครับ ไม่มีแบบที่ 4 ตอนอ่านครั้งแรกผมนึกว่าตัวเองอ่านไม่ครบ

ตัวอย่างจากคู่มือ: แชทลูกค้าที่หงุดหงิด

คู่มือยกตัวอย่างข้อความลูกค้าว่า "ผมเชื่อมบัญชีระบบรับเงิน Stripe มา 3 วันแล้ว มันพังตลอด ผมเสียยอดขายไปเรื่อย ๆ ช่วยด่วนที" ถามไป 3 ข้อ ได้กลับมาว่า:

  • ทีมที่ควรรับ → ทีมเทคนิค
  • อารมณ์ → หงุดหงิดแต่ยังสุภาพ
  • เร่งด่วนไหม → ใช่ เต็มร้อย

สังเกตนะครับว่ามันไม่ได้เขียนจดหมายตอบลูกค้า ไม่ได้สรุปให้ฟัง มันแค่ "หย่อนของลงกล่อง" แล้วปล่อยให้ระบบที่เราวางไว้ตัดสินต่อ และตอบทั้ง 3 ข้อพร้อมกันในการถามครั้งเดียว

ค่าความมั่นใจ — ของที่หายไปจาก AI แบบเดิม

ของสำคัญที่สุดไม่ใช่ความเร็วครับ เวลาเราให้มันเลือกหรือให้คะแนน มันจะแถมค่ามาอีกตัว เรียกว่า ค่าความมั่นใจ (confidence) เหมือนคนที่ตอบเสร็จแล้วพูดต่อว่า "อันนี้ผมไม่ชัวร์นะ"

อย่างเคส Stripe ตอนเลือกทีมเทคนิค ค่านี้อยู่ที่ 78% ทำไมถึงสำคัญ? เพราะเราเขียนกฎทับลงไปได้ว่า มั่นใจเกินเท่านี้ทำเลย ต่ำกว่านี้ส่งให้คนดู

คู่มือเขาเขียนว่าระบบที่ฉลาด ไม่ว่าคนหรือเครื่อง ถ้าบอกไม่ได้ว่าตัวเองไม่แน่ใจ ก็เชื่อถือไม่ได้ — นี่คือของที่หายไปจาก AI แบบเดิมพอดีเป๊ะ ติวเตอร์ที่ถูกวัดด้วยความพอใจไม่มีวันบอกว่าไม่รู้

ตรงนี้ผมอ่านแล้วหยุดคิดนาน เพราะสิ่งที่ผมกลัวเวลาเอา AI ไปทำงานจริงไม่ใช่ความไม่รู้ของมัน แต่เป็นการที่มันไม่ยอมบอก

ส่วนความเร็ว บริษัทบอกว่ามันตอบกลับภายใน ครึ่งวินาที ขณะที่ AI ตัวท็อปวัดในงานเดียวกันใช้ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงเป็นนาที เร็วพอที่เขาเอาไปให้เล่นเกม Doom ซึ่งเป็นเกมยิงที่ช้าไปเสี้ยววินาทีก็แพ้

ธุรกิจไทยเอา Jev ไปใช้ตรงไหนได้?

งานที่ต้องหยิบของขึ้นมาดูทีละชิ้น แล้วตัดสินว่าควรลงกล่องไหน วันละเป็นร้อยเป็นพันชิ้นครับ

ผมอยากให้จำ "รูปทรงงาน" ไว้แบบเดียว ตัวอย่างที่เข้ารูปทรงนี้:

  • ร้านที่มีแชทเข้าวันละ 1,000 ข้อความ แล้วต้องแยกว่าอันไหนถามราคา อันไหนเคลมของเสีย อันไหนคนโกรธจนต้องให้หัวหน้าตอบเอง
  • คอมเมนต์ใต้โพสต์ที่ต้องคัดว่าอันไหนคำถามจริง อันไหนสแปม

แต่ตรงนี้ผมต้องเบรกครับ เพราะตัวเลขสวย ๆ ที่เห็นเต็มฟีดอยู่ตอนนี้มีอีกด้านที่ต้องเล่าต่อ

ตัวเลข "เร็วกว่า 193.6 เท่า" กับคำว่า "ไม่หลอน" เชื่อได้แค่ไหน?

เชื่อแบบมีเงื่อนไขครับ — ตัวเลขบริษัทวัดเอง และ "ไม่หลอน" ไม่ได้แปลว่า "ตอบถูกเสมอ"

เรื่องที่ 1: ตัวเลข ที่ทุกคนพูดกันว่า เร็วกว่า 193.6 เท่า ถูกกว่า 444.6 เท่า ฟังดูเหมือนวิ่งแซงทุกคนไปคนละสนาม แต่ 2 ตัวนี้ TypeSafe วัดเอง ไม่ใช่คนกลาง บล็อกของเขาเอง ยังกำกับว่าเป็นตัวเลขฝั่งสูง และยังไม่มีการทดสอบอิสระที่ครอบคลุมพอจะฟันธงแทน

เรื่องที่ 2: คำว่า "ไม่หลอน" ที่หลายที่พาดหัวกัน แปลว่าคำตอบจะไม่หลุดนอกช่องที่เราพิมพ์ไว้ เหมือนบัตรลงคะแนนที่กาได้เฉพาะช่องที่มีอยู่ แต่มัน กาผิดช่องได้ ครับ ไม่ได้แปลว่าตอบถูกเสมอ

เรื่องที่ 3 ซึ่งผมว่าน่านับถือที่สุด: บริษัททำ หน้าหนึ่งในคู่มือ ไล่บอกข้อเสียตัวเองไว้ 9 ข้อ เช่น อ่านตรงตัวเกินไป · นับของไม่แม่น · เทียบไม่ได้ว่าวันไหนมาก่อน · เขียนเองว่าไม่ใช่เครื่องคิดเลข · และถ้ามีคนแอบซ่อนคำสั่งในข้อความก็โดนหลอกได้

Jev ใช้ภาษาไทยได้ไหม?

ใช้ได้ แต่ยังไม่ใช่จุดแข็งครับ

นี่คือข้อที่คนไทยต้องรู้มากกว่าชาติอื่น คู่มือเขียนไว้ตรง ๆ ว่าภาษาอังกฤษคือภาษาหลักที่ใช้ฝึกและแม่นที่สุด ภาษาอื่นใช้ได้แต่ยังไม่เท่ากัน ให้ทดสอบกับข้อมูลของคุณเองก่อน อย่าเพิ่งไว้ใจ

คนไม่เขียนโค้ดเริ่มใช้ Jev ยังไง?

ยังเปิดใช้กับร้านเองแบบ ChatGPT ไม่ได้ครับ ต้องให้คนดูแลระบบหรือร้านที่ทำเว็บให้เอาไปต่อ

4 ข้อที่ผมเอาไปใช้ได้เลย:

  1. แยกงานในหัวให้ขาด — งานเขียน งานคิด งานสรุป ให้ AI แบบเดิมทำ ส่วนงานคัดของเข้ากล่องซ้ำ ๆ ค่อยมองหาของแบบนี้ 2 อย่างนี้ไม่ได้แทนกัน มันต่อกัน
  2. อย่าไปสนว่าเร็วกว่ากี่เท่า ให้สนว่ามันบอกได้ไหมว่าไม่มั่นใจ เพราะระบบที่ใช้จริงไม่ได้แพ้ตรงที่ตอบผิด แต่แพ้ตรงที่ ตอบผิดอย่างมั่นใจ
  3. ตั้งเส้นแบ่งแต่วันแรก — ผิดแล้วแก้ได้ ปล่อยให้ระบบทำ · ผิดแล้วเสียลูกค้า ให้คนดูเสมอ และเส้นนั้นคุณเป็นคนตั้ง ไม่ใช่เจ้าของ AI
  4. รู้ว่ามันเปิดให้ใช้แบบไหน — วันที่ 21 กันยายน TypeSafe โพสต์ในช่องทางการว่าเปิดให้ทุกคนใช้ ไม่ต้องรอคิวแล้ว มีหน้าเว็บให้สมัครเข้าไปลองพิมพ์เล่นได้ แต่มันไม่ใช่แอปที่เปิดแล้วใช้กับร้านคุณได้เลย

สิ่งที่คุณทำได้วันนี้คือเดินไปบอกคนดูแลระบบว่าอยากได้ ตัวคัดแชทแบบนี้ พร้อมเส้นความมั่นใจที่คุณตั้งเอง แล้วให้เขาเอาแชทเก่าที่คุณรู้คำตอบอยู่แล้วสัก 200 ข้อความ ไปลองก่อน แล้วนับว่าถูกกี่ข้อ — เพราะภาษาไทยยังไม่ใช่จุดแข็งของมัน

FAQ

Jev AI คืออะไร?

Jev คือโมเดล AI ตัวแรกของ TypeSafe AI (เปิดตัว 15 ก.ย. 2026) ที่ไม่เขียนข้อความ แต่ตอบเป็นการตัดสินใจ 3 แบบ — เลือกจากตัวเลือก · ให้คะแนนตามระดับที่เรานิยาม · บอกว่าประโยคจริงแค่ไหน — พร้อมค่าความมั่นใจ ให้ซอฟต์แวร์เอาไปใช้ต่อ

Jev มาจากทีมที่สร้าง ChatGPT ใช่ไหม?

คนก่อตั้งคือ Diogo Almeida อดีตนักวิจัย OpenAI ที่มีชื่ออยู่บนงาน GPT-4, ChatGPT และ RLHF ครับ ส่วน Jev เป็นผลงานของบริษัทใหม่ของเขาชื่อ TypeSafe AI ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของ OpenAI

Jev ใช้แทน ChatGPT ได้ไหม?

ไม่ได้ครับ Jev เขียนข้อความไม่ได้เลย งานเขียน คิด สรุป ยังเป็นของ AI แบบเดิม Jev เหมาะกับงานคัดแยกซ้ำ ๆ ปริมาณมาก ทั้งสองอย่างต่อกัน ไม่ได้แทนกัน

Jev ไม่หลอนจริงไหม?

"ไม่หลอน" ในที่นี้แปลว่าคำตอบไม่หลุดนอกตัวเลือกที่เรากำหนด แต่ยังเลือกผิดได้ บริษัทเองก็เขียนข้อเสียไว้ 9 ข้อ เช่น นับของไม่แม่น เทียบวันที่ไม่ได้ และโดนคำสั่งแอบซ่อนหลอกได้

ตัวเลขเร็วกว่า 193.6 เท่า ถูกกว่า 444.6 เท่า เชื่อได้ไหม?

เป็นตัวเลขที่ TypeSafe วัดเอง บล็อกของบริษัทกำกับว่าเป็นตัวเลขฝั่งสูง และยังไม่มีการทดสอบอิสระที่ครอบคลุมพอจะฟันธง

Jev รองรับภาษาไทยไหม?

คู่มือบอกว่าภาษาอังกฤษแม่นที่สุด ภาษาอื่นใช้ได้แต่ยังไม่เท่ากัน ให้ลองกับข้อมูลจริงของคุณก่อน เช่น แชทเก่าที่รู้คำตอบสัก 200 ข้อความ แล้วนับว่าถูกกี่ข้อ

อยากรู้ว่าจะต่อเครื่องมือแบบนี้เป็นระบบงานจริงยังไงไหม?

ปัญหาไม่ใช่ว่า AI ไม่ฉลาดพอ แต่คือเราฝึกมันมาให้เอาใจเรา แล้วแปลกใจว่าทำไมมันเฝ้างานแทนไม่ได้ Diogo ซึ่งสร้างวิธีฝึกแบบนั้นมากับมือเลยกลับไปแก้ที่โจทย์ และของที่ออกมาก็ไม่ได้ดูฉลาดเลย มันพูดไม่ได้ เขียนไม่ได้ ทำได้แค่ชี้ว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ แล้วบอกว่ามั่นใจแค่ไหน

ผมเชื่อว่า AI จะคัดของแทนเราได้เร็วกว่าเราเป็นร้อยเท่า แต่คนที่ตัดสินว่ากล่องไหนควรมีอยู่ตั้งแต่แรก ยังเป็นเราครับ

เครื่องมือ AI ที่ผมใช้ทำงานจริง และวิธีต่อมันเข้าด้วยกันเป็นระบบ ผมรวมไว้ใน คลังแสง AI

ดูรายละเอียดได้ที่ คลังแสง AI

แล้วถ้ามีของคัดให้คุณวันละ 1,000 ชิ้น คุณจะเอาไปคัดอะไร? คอมเมนต์บอกผมหน่อยครับ

แหล่งอ้างอิง: TypeSafe AI — Introduction (เอกสารทางการ) · TypeSafe — Introducing System One Models & Jev (15 ก.ย. 2026) · TypeSafe — Models (ราคาและภาษา) · TypeSafe — Jev 1.13 jaggedness (ข้อจำกัด) · ทอล์ก Diogo Almeida — AI Engineer · Vercel — Jev on AI Gateway · คลิปต้นทาง

นำไปใช้ต่อกับงานของคุณ

คลังแสง AI

อยากเรียนทักษะ AI และใช้ชุดงานตามสิทธิ์สมาชิก

เลือกแพ็กที่เหมาะกับงานและรูปแบบการเรียนของคุณ พร้อมตรวจบทเรียน ไฟล์ และเครื่องมือที่แต่ละแพ็กให้สิทธิ์

ดูแพ็กและสิทธิ์คลังแสง

ตรวจแพ็กและสิทธิ์ปัจจุบันที่หน้ารายละเอียด

เป็นนักเรียนแล้ว? เข้าคลังของฉัน ↗

หรือเลือกไปต่อแบบนี้

รับ AI Stack Guide ฟรี

FREE AI STACK GUIDE

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เลือกเครื่องมือให้จบในไฟล์เดียว

7 เส้นทางตามผลลัพธ์ · 4 ระดับงบ · ลำดับซื้อก่อน–หลัง พร้อมลิงก์เครื่องมือที่มิวใช้

ส่งไฟล์ให้ทางอีเมลทันที · ยกเลิกรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ยังไม่แน่ใจ? ทัก LINE มิว

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

บทความฟรีสำหรับลองนำไปใช้ต่อ