ChatGPT Astra ทำแทนคุณได้ 6 งาน — และงานเดียวที่ห้ามปล่อยให้กดเอง
ในบทความนี้
AI เลิกเป็นแค่ช่องพิมพ์ถาม–ตอบแล้วครับ ตอนนี้มันกดเมาส์ พิมพ์คีย์บอร์ด และสลับโปรแกรมแทนเราได้จริง
OpenAI ตัดเดโมความยาวน้อยกว่า 3 นาทีมาโชว์เอง — ในบทสนทนาเดียวมีงานหลายชิ้นต่อกัน ตั้งแต่ลงประกาศขายโต๊ะเก่า ร่างสัญญา ทำพรีเซนต์ ไปจนถึงสั่งข้าวและหาคอร์ทเทนนิส ตัวเลขจากชุดทดสอบที่บริษัทวัดเองบอกว่างานประเภท computer use ทำสำเร็จ 72.6% ใช้เวลาเฉลี่ยราว 40 นาทีต่องาน จากรุ่นก่อนที่ราว 75 นาที
แต่ในชุดงานนั้นมีงานหนึ่งที่ผมคิดว่าคุณไม่ควรปล่อยให้มันกดจนจบ — ไม่ใช่เพราะมันทำไม่ได้ แต่มันทำได้ และเส้นแบ่งไม่อยู่ตรงที่คนส่วนใหญ่คิด
คลิปนี้มี 2 ก้อนครับ: 6 งานที่มันลงมือทำแทนเราได้จริง (ทุกข้อมีฟุตเทจเดโม ไม่ใช่คำโฆษณา) และ 3 อย่างที่มันยังทำไม่ได้ ซึ่งข้อสุดท้ายคือข้อเดียวที่ผมจะเก็บไว้ถ้าต้องลืมที่เหลือทิ้งหมด
หน้าและเสียงในคลิปต้นทางเป็น AI avatar ที่โคลนจากผม แต่ทุกคำตัวจริงเป็นคนค้น คนเขียน และคนตรวจครับ
computer use คืออะไร?
เมื่อก่อน AI คือช่องพิมพ์ — เราถาม มันตอบ แล้วเราต้องเอาคำตอบไปทำเองต่อทุกครั้ง
computer use คือการที่มันได้มือมาใช้ครับ มันเห็นหน้าจอเดียวกับเรา เลื่อนเมาส์เอง พิมพ์เอง กดปุ่มเอง เหมือนจ้างเด็กฝึกงานมานั่งหน้าคอมอีกเครื่อง แล้วบอกงานเป็นคำพูด
ในแอปตอนนี้จะเห็น 2 โหมดวางคู่กัน: โหมดแชทคือถาม–ตอบเร็ว ๆ แบบที่คุ้น ส่วนโหมด work คือมอบงานยาวให้มันทำจนได้ของออกมาเป็นชิ้น 6 ข้อต่อจากนี้คืองานแบบโหมดหลังทั้งหมด
วันนี้ในบัญชีของผมเอง หน้าเลือกโมเดลมีชื่อ Astra ให้กดแล้วครับ
ChatGPT Astra ทำแทนคุณได้กี่งาน?
สั้น ๆ: ในเดโมทางการที่คลิปไล่ดู มีอย่างน้อย 6 งานที่มันลงมือจนจบได้จริง และมีอย่างน้อย 3 อย่างที่เอกสารของ OpenAI เองบอกว่ายังไม่ควรปล่อยเต็มมือ
ตัวเลขที่ควรจำคู่กันมี 2 ตัวจากชุดทดสอบของบริษัทเอง:
- 72.6% — สัดส่วนงานประเภทนี้ที่ทำสำเร็จในชุดทดสอบ
- ราว 40 นาทีต่องาน — เวลาเฉลี่ย (รุ่นก่อนราว 75 นาที)
พลิกอีกด้านของ 72.6% คือยังมีงานราว 1 ใน 4 ที่ทำไม่จบ และตัวเลขนี้มาจากชุดทดสอบแบบปิดที่จำลองเวลา ไม่ใช่การใช้งานจริงของคนทั่วไปทุกคน
งานที่ 1: งานธุระที่กินเวลาแต่ไม่ต้องคิด — มอบได้ไหม?
ได้ครับ และถ้าเป็นผมจะเริ่มจากกลุ่มนี้ก่อน
ในเดโมเขาพูดสั้น ๆ ว่าหิวแล้ว ขอข้าวกับเนื้อจากร้านที่สั่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน — ไม่บอกชื่อร้าน ไม่เปิดแอปส่งอาหารเอง ส่วนหน้าเปิดตัวทางการเขียนงานกลุ่มนี้ไว้ตรง ๆ ว่ามันกรอกฟอร์มออนไลน์ อัปเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM และจัดปฏิทินให้ได้
งานกลุ่มนี้ไม่ได้ยาก มันแค่ขโมยเวลาเราไปวันละราว 15 นาทีโดยไม่มีใครนับ เรารู้ว่าต้องกรอกอะไร เราแค่ไม่อยากกรอก และถ้าผิด แก้ได้ในราว 3 วินาที
งานที่ 2: งานที่ต้องเดินข้ามหลายโปรแกรม — มันจบให้ได้ไหม?
ได้ครับ แต่ความยากไม่ได้อยู่ที่ขั้นใดขั้นหนึ่ง อยู่ว่ามันยาวและหลุดง่าย
เดโมโต๊ะสีส้มที่ซื้อจากตลาดนัดเมื่อหลายปีก่อน — รูปอยู่ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด สั่งเพิ่มระหว่างทางว่ามีรอยบุบนิดหน่อย ให้เขียนบอกในคำอธิบายด้วย ถ้าทำเองต้องเปิดโฟลเดอร์ หารูป เปิดเว็บ ล็อกอิน อัปโหลด พิมพ์คำอธิบาย ตั้งราคา กดลงประกาศ
นานแบบนี้แหละที่ตัวเลขราว 40 นาทีเมื่อกี้พูดถึง แต่ละขั้นไม่ยาก แต่พลาดขั้นเดียวคือย้อนไปทำใหม่
งานที่ 3: งานเอกสารที่ต้องไปหาข้อมูลก่อน — สั่งรอบเดียวจบไหม?
ไม่จำเป็นต้องรอบเดียวจบครับ จุดขายอยู่ตรงที่แก้ระหว่างทางได้
หน้าเปิดตัวเขียนว่ามันค้นข้อมูลออนไลน์ แล้วร่างสรุปลงในอีเมลหรือโปรแกรมเอกสารของเราได้ ในเดโมคือสั่งทำพรีเซนต์คอลเลกชันเสื้อกันฝนฤดูหน้าสำหรับร้านค้า กำชับให้ดูพรีเมียม สีสด และสนุก
ท้ายเดโมเขาย้อนกลับมาสั่งอีกที ให้เปลี่ยนสีพื้นหลังให้เข้ากับเสื้อกันฝนในภาพ — มันแก้ให้ ทั้งที่งานอื่นยังวิ่งอยู่ นี่คือความต่างจากการสั่งรอบเดียวจบ เหมือนคุยกับคนที่นั่งทำงานอยู่ตรงนั้น
งานที่ 4: งานที่เมื่อก่อนต้องจ้างคนเขียนโค้ด — คนไม่เขียนโค้ดสั่งได้ไหม?
ได้ครับ ในขอบเขตที่เดโมกับหน้าทางการโชว์ไว้
เดโมสั่งเกม 3 มิติที่ต้องหลบอุกกาบาต ใช้ปุ่มลูกศรบังคับ ใช้ spacebar เร่งความเร็ว แล้วมันตอบสั้น ๆ ว่ากำลังสร้างเกมให้ หน้าทางการเสริมว่ามันวิเคราะห์ข้อมูล ทำกราฟ สร้างเว็บไซต์ แล้วรันการทดสอบหน้าเว็บได้เอง
ข้อนี้สำคัญกับคนแบบผมครับ ผมไม่เคยเขียนโค้ดเป็น แต่ผมรู้ว่าธุรกิจต้องการอะไร — และตอนนี้คนที่รู้ว่าต้องการอะไร สั่งของออกมาได้เอง
งานที่ 5: งานที่จบเป็นของจับต้องได้ — จากวงกลมบนจอถึงไฟล์พิมพ์ 3 มิติ?
ใช่ ในเดโมระยะทางนั้นคือประโยคสั่งงานราว 3 ประโยค
เริ่มจากวงกลมสีเหลืองวงเดียว แล้วบอกว่าเอาวงกลมนี้ไปทำเป็นหน้าต่างของยานอวกาศ จากนั้นสั่งต่อให้ขึ้นเป็นโมเดล 3 มิติในโปรแกรม Blender แล้วตอนท้ายขอไฟล์ที่ส่งเข้าเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลย
เมื่อก่อนระยะทางจากรอยวาดเล่นบนจอไปถึงไฟล์ที่พิมพ์ออกมาถือได้จริง คือทีมงานกับเวลาเป็นวัน ในเดโมนี้คือประโยคสั่งงานไม่กี่ประโยค
งานที่ 6: งานที่ออกไปแตะโลกจริง — ทำไมถึงเป็นงานที่ต้องคิดก่อนปล่อย?
เพราะผลลัพธ์ไม่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณคนเดียวแล้วครับ
ในเดโมเขาบอกว่าบ่ายนี้อยากเล่นเทนนิส ให้หาคอร์ตว่างในย่านที่อยู่สักพัก มันเจอคอร์ตว่างตอน 17:00 น. แล้วเขาตอบสั้น ๆ สองคำว่าจองเลย
5 ข้อก่อนหน้า ผลลัพธ์ยังอยู่ในคอมพิวเตอร์ — เป็นไฟล์ เป็นหน้าเว็บ เป็นเอกสาร แก้ได้ ลบได้ เริ่มใหม่ได้ แต่ข้อนี้ไม่ใช่ พอมันกดจอง มีคนอีกฝั่งรับข้อมูลเราไปแล้ว มีคิวที่ถูกจองไปแล้ว และมีชื่อเราผูกอยู่กับมันแล้ว
จำข้อนี้ไว้ก่อนนะครับ — เดี๋ยวจะกลับมาที่เส้นแบ่ง
สิ่งที่เชื่อม 6 ข้อเข้าด้วยกันคืออะไร?
ไม่ใช่ความยากของแต่ละงานครับ แต่คือความยาวของงาน
งานที่ AI รุ่นก่อนทำได้ดีคืองานที่จบในคำสั่งเดียว — สรุปให้หน่อย เขียนให้หน่อย แต่ 6 ข้อเมื่อกี้ทุกข้อมีหลายขั้น มีการรอ และมีการกลับมาแก้ระหว่างทาง
ตัวเลขราว 40 นาทีต่องานจึงไม่ได้แปลว่ามันตอบช้า มันแปลว่างานที่เราเริ่มมอบให้มันได้กินเวลาระดับครึ่งชั่วโมงของคนทำงานจริง ไม่ใช่คำถามที่จบใน 3 วินาที นั่นคือการเปลี่ยนจากเครื่องมือตอบคำถาม มาเป็นคนที่รับงานไปทำ
3 อย่างที่ ChatGPT Astra ยังทำไม่ได้ (จากเอกสาร OpenAI เอง)
1) งานความปลอดภัยเชิงรุก
อันนี้ไม่ใช่ผมเดาเอง หน้าเปิดตัวของ OpenAI เขียนเองตรง ๆ ว่าโมเดลตัวนี้จะปฏิเสธงานความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การสร้างตัวอย่างโค้ดสำหรับเจาะช่องโหว่
รายงานความปลอดภัยของบริษัทเองระบุว่า Astra เป็นโมเดลแรกของเขาที่แตะระดับที่เรียกว่า Critical ในด้าน cyber พูดง่าย ๆ คือถ้าให้เครื่องมือและสิทธิ์ที่เหมาะสม มันหาช่องโหว่ที่ยังไม่มีใครรู้เจอได้ — ของแรงพอที่เจ้าของต้องล็อกตู้เอง
ถ้าใครโฆษณาว่าเอาตัวนี้ไปทำงานสายนั้นได้เต็มที่ ให้สงสัยไว้ก่อนครับ
2) งานที่ต้องการความแน่นอน 100%
กลับมาที่ 72.6% คนส่วนใหญ่ได้ยินแล้วรู้สึกว่าเยอะ แต่พลิกอีกด้าน ในชุดทดสอบนั้นยังมีงานราว 1 ใน 4 ที่มันทำไม่จบ และตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากการใช้งานจริงของคนทั่วไป — มันมาจากชุดทดสอบแบบปิดที่ OpenAI กำกับเองว่าเป็นการจำลองเวลา
เพราะฉะนั้นงานที่พลาดครั้งเดียวแล้วเสียหายจริง — อย่างตัวเลขที่ต้องส่งลูกค้า หรือข้อมูลที่ต้องยื่นหน่วยงาน — ยังต้องมีคนอ่านซ้ำก่อนส่งเสมอครับ ไม่ใช่เพราะมันโง่ แต่เพราะ 1 ใน 4 ไม่ใช่ตัวเลขที่เล็กพอจะเสี่ยง
3) งานที่ผิดแล้วมีคนอื่นรับผลแทนเรา
นี่คือข้อที่ผมบอกตอนต้นว่าจะเก็บไว้ถ้าต้องลืมที่เหลือทิ้ง
จำคอร์ทเทนนิสข้อ 6 ได้ไหมครับ นั่นแหละคืองานที่ผมจะไม่ปล่อยให้มันกดเอง ไม่ใช่เพราะมันจองไม่เป็น — จองเป็น แต่เพราะวินาทีที่มันกด ชื่อเรา เวลาเรา และบางทีเงินเรา ถูกผูกไว้กับคนอื่นแล้ว
เรื่องเดียวกับสัญญาในเดโมครับ เขาสั่งให้แก้ข้อจำกัดความรับผิดให้เอียงมาทางคู่สัญญา มันแก้ให้ได้สวยงาม แต่ประโยคที่มันแก้คือประโยคที่จะถูกอ่านในวันที่มีเรื่องกันจริง
และที่ต้องระวังกว่านั้น ในรายงานความปลอดภัยของตัวเอง OpenAI เขียนว่าความสามารถในการตรวจสอบร่องรอยความคิดของโมเดลตัวนี้ลดลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน — มันเก่งขึ้น แต่การย้อนไปดูว่าทำไมมันตัดสินใจแบบนั้น ทำได้ยากกว่าเดิมครับ
เส้นแบ่งใหม่ของการมอบงานให้ AI อยู่ตรงไหน?
เส้นแบ่งของการมอบงานให้ AI ขยับไปแล้วครับ
เมื่อก่อนเราแบ่งว่างานยากทำเอง งานง่ายให้มันทำ ตอนนี้เส้นนั้นใช้ไม่ได้ เพราะงานยากอย่างการขึ้นโมเดล 3 มิติมันทำได้ ส่วนงานง่ายอย่างการกดจองคอร์ทกลับเป็นงานที่ควรคิดก่อน
เส้นใหม่ไม่ได้อยู่ที่ว่างานยากหรือง่ายครับ มันอยู่ที่ว่าถ้าผิดแล้วใครเป็นคนรับผล
- ถ้าผิดแล้วเรากดยกเลิกเองได้ → มอบให้มันไปเลย
- ถ้าผิดแล้วมีคนอื่นเดือดร้อน มีเงินออกจากบัญชี หรือมีลายเซ็นเราไปอยู่ในเอกสาร → ให้มันทำเสร็จได้ แต่คนกดต้องเป็นเรา
ผมเชื่อว่า AI จะทำงานบนคอมพิวเตอร์แทนเราได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แต่การตัดสินใจว่างานไหนควรถูกทำ และใครจะรับผิดชอบเมื่อมันพลาด ยังเป็นของเราเสมอ
FAQ
ChatGPT Astra กับ computer use ต่างจากแชทธรรมดายังไง?
แชทคือถาม–ตอบเร็ว ๆ ส่วน computer use / โหมด work คือการที่โมเดลเห็นหน้าจอ กดเมาส์ พิมพ์ และสลับโปรแกรม เพื่อทำให้งานยาวจบเป็นชิ้นงาน ไม่ใช่แค่ให้คำตอบ
ทำไมตัวเลขสำเร็จแค่ 72.6% ถึงสำคัญ?
เพราะพลิกอีกด้านคืองานราว 1 ใน 4 ในชุดทดสอบยังทำไม่จบ และตัวเลขนี้มาจากชุดทดสอบแบบปิดที่จำลองเวลา ไม่ใช่การใช้งานจริงของทุกคน งานที่พลาดแล้วเสียหายจริงจึงยังต้องมีคนอ่านซ้ำก่อนส่ง
ทำไมเวลาเฉลี่ยราว 40 นาทีต่องานถึงไม่ใช่ข่าวร้าย?
เพราะมันไม่ได้แปลว่าโมเดลตอบช้า แต่แปลว่างานที่มอบให้ได้กินเวลาระดับครึ่งชั่วโมงของคนทำงานจริง มีหลายขั้น มีการรอ และแก้ระหว่างทางได้ — ไม่ใช่คำถามที่จบใน 3 วินาที
งานไหนใน 6 ข้อที่ห้ามปล่อยให้มันกดเองจนจบ?
งานที่แตะโลกจริงแล้วมีคนอื่นรับผล เช่น กดจองคอร์ท หรือแก้ประโยคในสัญญาที่จะถูกอ่านวันมีเรื่อง — ให้มันหา/ร่าง/เตรียมได้ แต่คนกดยืนยันควรเป็นเรา
Astra ทำสายเจาะระบบ / ความปลอดภัยเชิงรุกได้เต็มที่ไหม?
ตามที่ OpenAI เขียนเอง โมเดลจะปฏิเสธงานความปลอดภัยขั้นสูงประเภทนั้น และรายงานความปลอดภัยระบุว่า Astra แตะระดับ Critical ด้าน cyber — ถ้ามีคนโฆษณาว่าใช้เต็มที่ได้โดยไม่ล็อกสิทธิ์ ให้สงสัยไว้ก่อน
อยากได้ระบบ AI ที่ใช้ทำงานจริงทุกวันไหม?
ถ้าอยากได้ระบบ AI ที่ผมใช้ทำงานจริงทุกวัน — ทั้งตัวช่วยเขียน ตัวช่วยทำภาพ และระบบที่รันงานให้เองแบบในคลิปนี้ — ผมรวมไว้ที่ คลังแสง AI แล้วครับ
ดูรายละเอียดได้ที่ https://link.mewsocial.com/08tqz9
แล้วคอมเมนต์บอกผมหน่อยว่า ถ้าให้มอบงานแรกให้มันวันนี้ คุณจะเลือกงานไหน?
แหล่งอ้างอิง: OpenAI — GPT-6 Astra: A new generation of intelligence · OpenAI Safety Overview / system card (GPT-6 Astra) · วิดีโอเดโมทางการจาก @OpenAI · ประกาศ rollout จาก @OpenAI · Vellum สรุปตาราง benchmark ของ GPT-6 Astra
นำไปใช้ต่อกับงานของคุณ
คลังแสง AI
อยากเรียนทักษะ AI และใช้ชุดงานตามสิทธิ์สมาชิก
เลือกแพ็กที่เหมาะกับงานและรูปแบบการเรียนของคุณ พร้อมตรวจบทเรียน ไฟล์ และเครื่องมือที่แต่ละแพ็กให้สิทธิ์
ดูแพ็กและสิทธิ์คลังแสงตรวจแพ็กและสิทธิ์ปัจจุบันที่หน้ารายละเอียด
เป็นนักเรียนแล้ว? เข้าคลังของฉัน ↗
หรือเลือกไปต่อแบบนี้
รับ AI Stack Guide ฟรี
FREE AI STACK GUIDE
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เลือกเครื่องมือให้จบในไฟล์เดียว
7 เส้นทางตามผลลัพธ์ · 4 ระดับงบ · ลำดับซื้อก่อน–หลัง พร้อมลิงก์เครื่องมือที่มิวใช้
อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
บทความฟรีสำหรับลองนำไปใช้ต่อ