ขายของออนไลน์ ยังไงก็ต้องมีเว็บไซต์


ขายของออนไลน์

ขายของออนไลน์ ยังไงก็ต้องมีเว็บไซต์

ไม่ว่าจะ ขายของออนไลน์ ได้ 1,000 บาทต่อเดือน 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 1 ล้านบาทต่อเดือน ผมก็จะแนะนำให้ทุกคนต้องมีเว็บไซต์ ผมเจอกับผู้ประกอบการ SME หลายคน รวมทั้งพี่ๆ น้องๆ ที่ขายของออนไลน์ผ่าน Facebook Line Instagram ส่วนใหญ่มองว่า เว็บไซต์ ไม่สำคัญ คนที่เคยมีเว็บ จะบอกว่า มีเว็บแล้วไม่เห็นขายของได้เลย ไม่เหมือนโซเชียล ขายได้ตลอด ส่วนคนที่ไม่เคยมีเว็บ จะบอกว่า เว็บไม่จำเป็น เปิดไปก็ไม่มีคนเข้า ขายผ่านเฟส ไอจี ง่ายกว่าเยอะ

ผมอยากจะอธิบายแบบนี้ครับว่า การขายของผ่านโซเชียล วันนี้มัน (อาจจะ) ดีครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า Facebook Line Instagram ไม่ใช่เรา และไม่ใช่ของคนไทยด้วยซ้ำ วันหนึ่งถ้าอยู่ๆ ประเทศไทยมีปัญหาภายในประเทศ Mark Zuckerberg ต้องบล็อค Facebook ถามว่าธุรกิจคุณแย่มั้ยครับ? แล้วเหตุการณ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นมั้ย?

หรือยกตัวอย่าง เช่น ยุค Hi5 หรือ Msn จำได้มั้ยครับว่าเราใช้เวลากันกี่เดือนที่ “เลิกใช้” Hi5 มาใช้ facebook และเลิกใช้ Msn มาใช้ Line แล้วลองนึกภาพดูครับ ถ้าเราลงทุนเงินทุกบาททุกสตางค์ไปกับ Facebook 100% แล้วถ้าเหตุการณ์ Hi5 กับ Msn เกิดขึ้นกับ facebook ธุรกิจคุณจะอยู่ยังไงครับ ที่ผมยกตัวอย่างเหล่านี้ เพื่อจะอธิบายว่า อย่ามองอะไรใกล้ๆ ยิ่งเรื่องเทคโนโลยีแล้ว มันไปเร็วจนคุณคาดไม่ถึง

การมีเว็บไซต์ นั้นหมายถึงคุณเป็นเจ้าของมัน 100% 

วันนึง facebook เจ๊ง เว็บเราก็ยังอยู่ ใครจะมาเปลี่ยนกฎอะไรก็ไม่ได้เพราะเราเป็นเจ้าของ 100% ด้วยเหตุผลที่คุณเป็นเจ้าของเต็มตัว มันเลยกลายเป็น หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนมองข้าม และบอกว่า ยาก ทำไปก็ไม่มีคนเข้า ขายของไม่ได้ เลยไม่สนใจในที่สุด คำแนะนำของผม ไม่ว่าธุรกิจคุณจะใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม ถ้าคุณคิดจะขายของออนไลน คุณจำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ส่วนจะมีช้ามีเร็วก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคุณแล้วล่ะครับ ตัวอย่างเช่น

  • บางคนรอให้ขายได้ 1 แสน แล้วค่อยแบ่งเงิน 3 หมื่นมาทำเว็บ คือจ้างทำทีเดียวจบ
  • บางคนเริ่มทำเว็บ พร้อม โซเชียลเลย เพราะมีความสามารถในการทำเว็บเบื้องต้น
  • บางคน ขายออนไลน์ทางเฟสไปก่อน ระหว่างนี้ศึกษาหาข้อมูลการทำเว็บ แล้วค่อยเริ่มลงมือทำ ช้าหน่อยแต่คุณก็จะได้พอรู้เรื่องเวลาเว็บมีปัญหา

เริ่มต้นทำเว็บไซต์ ขายของออนลไน์ ต้องทำยังไง

ทุกวันนี้การทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากแบบเมื่อก่อน สมัยนี้มีตัวช่วยมากมายไม่ว่าจะเป็น เว็บสำเร็จรูป เว็บฟรี เยอะแยะมากมาย แต่ก่อนที่จะลงมือทำเว็บไซต์ ผมอยากให้คุยเริ่มต้นด้วยการ “กำหนดวัตถุประสงค์” ก่อน ว่าคุณมีเว็บเพื่ออะไร การทำเว็บไซต์จะมี 2 วัตถุประสงค์หลักๆ คือ

  1. Information – หน้าที่ของเว็บไซต์ คือการโชว์ข้อมูลเบื้องต้นของธุรกิจของคุณ ในมุมมองที่ “ลูกค้า” ต้องการ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นโรงงาน ข้อมูลสินค้า สถานที่ตั้ง และเบอร์ติดต่อ จะเป็นสิ่งสำคัญ หรือถ้าเป็นเว็บเกี่ยวกับ บริการ ข้อมูลบริการ, รายละเอียดบริการ คำถามที่ถามบ่อย พร้อมข้อมูลสถานที่ตั้ง และเบอร์ติดต่อ จะเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนใหญ่ผมมักจะแนะนำ ให้คุณลองคิดว่าเป็นลูกค้า แล้วคิดดูว่าลูกค้าต้องการข้อมูลอะไร ข้อมูลไหนสำคัญใส่ไว้ให้ชัดเจน ข้อมูลไหนไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใส่ ถ้าคุณไม่รู้ว่าต้องใส่ข้อมูลอะไร เวลาที่ลูกค้าโทรมาหรือสอบถาม ตามช่องทางต่างๆ ให้สังเกตคำถามที่เจอบ่อยๆ นั้นแหล่ะคือข้อมูลที่คุณต้องใส่ไว้ในเว็บไซต์
  2. E-Commerce – หน้าที่ของเว็บ คือการขายของ วิธีการออกแบบเว็บก็จะแตกต่างออกไป การออกแบบจะยากขึ้น แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ มองไปที่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ออกแบบเว็บให้เน้นเฉพาะส่วนที่จำเป็น ส่วนไหนไม่จำเป็นตัดออกไม่ต้องเสียดาย สิ่งที่สำคัญของเว็บ E-Commerce คือการเก็บสถิติข้อมูลต่างๆ เพื่อที่เราจะได้วิเคราะห์ และพัฒนาเว็บให้ดีขึ้น เว็บส่วนใหญ่มักจะใช้ Google Analytics ในการเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์

สิ่งที่สำคัญในยุคนี้คือการออกแบบเว็บที่ต้องรองรับการแสดงผลบน “มือถือ” เวลาทดสอบให้ใช้มือถือหลายรุ่นในการทดสอบ เพื่อการแสดงผลที่ดีที่สุด เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างเว็บไซต์ โดยขั้นตอนนี้ผมขอแนะนำเว็บไซต์ฟรี สำหรับ Information และ E-Commerce

เว็บฟรีสำหรับ Information

  • http://www.wix.com – เว็บฟรีที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ลองเข้าไปเล่นดูครับมีหลายฟีเจอร์ให้ใช้ ที่สำคัญรองรับมือถือด้วย
  • http://www.weebly.com – เว็บฟรีเหมือนกับด้านบน
  • https://wordpress.com – เว็บบล็อกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ถ้าใช้เน้นเขียนบทความบ่อยๆ ก็สามารถใช้ตัวนี้ได้
  • http://blogger.com – เว็บบล็อกคล้ายๆ WordPress แต่เป็นของฝั่ง Google

เว็บฟรีสำหรับ E-Commerce

  • https://www.lnwshop.com – เว็บเปิดร้านขายของออนไลน์ฟรี ใช้งานง่าย
  • https://weloveshopping.com – เว็บเปิดร้านขายของของกลุ่ม TRUE ใช้งานไม่ยาก

ส่วนใครที่คิดว่าเว็บด้านบนไม่ตอบโจทย์ เช่น อยากออกแบบเอง ไม่ชอบดีไซน์ คุณสามารถจ้างบริษัท หรือ Outsource เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้คุณได้ เงินที่ลงไปถ้า วัตถุประสงค์ชัด หลังทำเว็บเสร็จเก็บข้อมูลคนเข้าเว็บ วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาพัฒนา ผมรับรองว่าการมีเว็บไซต์ที่ดี คุณจะไม่ต้องกังวลว่า Facebook Youtube Line Instagram จะปรับกฎนู้นนี่นั้นอีกเลย

ขายของ ผ่านเว็บไซต์ตัวเอง เหมือนคุณเปิดร้านบนที่ดินของตัวเอง
ขายของ ผ่าน Social Media เหมือนคุณเปิดร้านบนห้าง ที่ไม่ใช่พื้นที่ของคุณ

ขายแบบแรก ยากหน่อย แต่ระยะยาวจะยั่งยืนกว่าแบบที่สอง
ไม่จำเป็นต้องเลือกแบบ 1 หรือ 2 สิ่งที่คุณควรเลือกคือ จะทำ 1 หรือ 2 ก่อนดี

Leave a Reply

log in

reset password

Back to
log in